ภูมิปัญญาสร้างชาติ












ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมในภูมิภาคของประเทศไทย

เนื่องจากวีถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และสภาพแวดล้อมทางกายภาพของประเทศไทยมีความ
แตกต่างกัน จึงทำให้ผู้คนในแต่ละท้องถิ่นหาแนวทางในการดำรงชีวิตที่เหมาะสมและมีการ
ปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ซึ่งส่งผลให้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค
มีความแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นการเรียนรู้เพื่อให้เกิดความรู้ความข้าใจและภูมิปัญญา
และวัฒนธรรมในแต่ละภูมิภาค จะทำให้สามารถปฏิบัติที่เหมาะสมต่อความหลากหลาย
ทางวัฒนธรรมได้

ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมภาคเหนือ

ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมหรือที่เรียกว่า ภูมิปัญญาล้านนา นั้นเป็นสิ่งที่ชาวภาคเหนือได้สร้างสรรค์คิดค้นมาเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและให้การ
ดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่นสะดวกสบาย มีความสุข ภูมิปัญญาชาวล้านนานั้นมีให
้เห็นทั้งในลักษณะของสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่นเครื่องมือเครื่องใช้ สิ่งก่อสร้าง อาคาร
บ้านเรือน สถาปัตยกรรม จิตรกรรม ดนตรี ศิลปะแขนงต่าง ๆและภูมิปัญญาที่อยู่
ในลักษณะขอขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีกรรม ความเชื่อ และกิจกรรมอื่น ๆที่
แฝงไปด้วยความคิด กลวิธีอันแยบยล ลึกซึ้ง ชาญฉลาด ทั้งในการอบรมสั่งสอน
ผู้คนและการจัดการวิถีของชุมชน

ภูมิปัญญาล้านนาหลายอย่างมีความคล้ายคลึงกับท้องถิ่นหรือภาคอื่น ๆ และภูมิปัญญาล้านนาอีกหลายประการที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนาโดยเฉพาะ
ซึ่งเป็นที่ยอมรับและสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้มีภูมิปัญญาที่แสดงออก
ผ่านประเพณีที่สำคัญ ดังนี้

1. ภูมิปัญญาและประเพณีเกี่ยวกับวิถีชีวิต ได้แก่ ประเพณีการเกิด การตาย
การแต่งงาน การขึ้นบ้านใหม่ สืบชะตา การบวช เป็นต้น

2. ภูมิปัญญาและประเพณีเกี่ยวกับการทำมาหากิน เช่น ประเพณีการแรก
นาขวัญ สู่ขวัญข้าว – ขวัญควาย การเอามือเอาแรง ทำนาทำสวนการทำเมือง
ตีฝ่าย (ขุดลอกลำเมืองซ่อมแซมฝาย) การเลี้ยงผีขุนน้ำเป็นต้น

3.ภูมิปัญญาและประเพณีเกี่ยวกับศาสนา เช่น ประเพณีปอยน้อย (บรรพชา)
ปอยเป็กข์ (อุปสมบท) ปอยหลวง (ทำบุญฉลองเสนาสนะ)ขึ้นพระธาตุหรือ
ไหว้พระธาตุ(สรงน้ำพระธาตุ) ทานสลากภัตต์ ตั้งธัมม์หลวง (การฟังเทศน์มหาชาติ)
เข้าพรรษา ออกพรรษา ทอดกฐินทอดผ้าป่า เป็นต้น

4 .ภูมิปัญญาและประเพณีตามเทศกาล เช่น ประเพณีปีใหม่เมือง (สงกรานต์)
ประเพณีเดือนยี่เป็ง

(วันเพ็ญเดือน 12 ) ประเพณีถวายธรรมเดือน 12 เป็นต้น

5. ภูมิปัญญาและประเพณีเกี่ยวกับครอบครัวบ้านเมือง เช่น ประเพณีเลี้ยงผีป่าย่า
ประเพณีฟ้อนผีมด-ผีเม็ง ประเพณีสืบชะตาบ้านชะตาเมือง ประเพณีอินทขีล
(บูชาเสาหลักเมือง) ประเพณีแปลงบ้านหรือไหว้ผีเสื้อบ้าน (ไหว้ผีหมู่บ้าน) เป็นต้น

ประเพณีการบวชลูกแก้ว จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เป็นประเพณีเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวภาคเหนือ

ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมตะวันออกเฉียงเหนือนั้นเป็นที่รู้จักในเรื่องของ “ ฮีตสิบสอง คลองสิบสี่” ซึ่งเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสานที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยเป็นวัฒนธรรมแสดงถึงความเป็นชนชาติที่เก่าแก่และเจริญรุ่งเรือง เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและมีส่วนช่วยให้เกิดความมั่นคงในภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของ
ชาวอีสาน

ฮีตสิบสอง มาจากสองคำ ฮีต และ สิบสอง ฮีต มาจากคำว่า จารีต ที่หมายถึงธรรม
จารีตประเพณี หรือความประพฤติที่ดี และสิบสอง มาจากคำว่า สิบสองเดือน ดังนั้นคำว่า
ฮีตสิบสอง

จึงหมายถึง ประเพณีที่ประชาชนในภาคอีสานปฏิบัติกันมาในโอกาสต่าง ๆ ทั้งสิบสอง
เดือนของแตละปี โดยฮีต (จารีต) แต่ละอย่างกำหนดให้ปฏิบัติในแต่ละเดือนจนครบ
ทั้ง 12 เดือน เดือนใดมีจารีตประเพณีอะไร นักปราชญ์โบราณได้วางฮีตสิบสองของชาว
อีสานไว้ดังนี้

เดือนอ้ายหรือเดือน 1 - บุญเข้ากรรม

เดือนยี่หรือเดือน 2 - บุญคูณลาน

เดือนสาม - บุญข้าวจี่

เดือนสี่ - บุญพระเวส

เดือนห้า - บุญสงกรานต์

เดือนหก - บุญบั้งไฟ

เดือนเจ็ด - บุญซำฮะ

เดือนแปด - บุญเข้าพรรษา

เดือนเก้า - บุญข้าวประดับดิน

เดือนสิบ - บุญข้างสาก

เดือนสิบเอ็ด - บุญออกพรรษา

เดือนสิบสอง - บุญกฐิน

ส่วนคำว่าสิบสี่ นั้นหมายถึง ข้อวัตรหรือข้อปฏิบัติ 14 ประการที่จะต้องปฏิบัติคู่กับฮีตสิบสอง ซึ่งที่ประชาชนทุกระดับนับตั้งแต่พระมหากษัตริย์ ข้าราชการ ผู้มีหน้าที่ปกครองบ้านเมือง
และคนธรรมดาสามัญพึงปฏิบัติได้ 14 ข้อ คลองสิสี่อาจสรุปได้ 2 ส่วน คือ ข้อปฏิบัติสำหรับพระมหากษัตริย์และผู้ปกครองบ้านเมืองพึงปฏิบัติ และสำหรับบุคคลธรรมดา
สามัญพึงปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนอยู่กันด้วยความสงบเรียบร้อย โดยฮีตสิบสองคลองสิบสี่นั้นส่วนใหญ่จะยึดตามข้อปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนาเป็นหลักสำคัญ

การเล่นโปงลางของภาคอีสาน

ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมภาคกลาง

ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมภาคกลางนั้น มีเอกลักษณ์ที่แสดงถึงวิถีการดำรงอยู่ของคนภาคกลาง
เป็นนอย่างดี โดยภูมิปัญญาและประเพณีบางอย่างคล้ายคลึงกับประเพณีของภาคอื่น เอกวิทย์
ณ ถลาง

ได้สรุปภูมิปัญญาภาคกลางไว้ 4 ด้าน ดังนี้

1. ภูมิปัญญาในการดำรงชีพตามสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและสังคมวัฒนธรรม ได้แก่ ภูมิปัญญาในวัฒนธรรมข้าว เช่น การสู่ขวัญข้าว ภูมิปัญญาในการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนและชุมชน เช่นการสร้างบ้านทรงไทย ภูมิปัญญาในการปรับตัวและหลอมรวมร่วมกันระหว่างคนหลาย
ชาติพันธุ์ เช่น งานวันไหล เป็นต้น

2.ภูมิปัญญาในการโต้ตอบและการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง เช่น การนับถือพระพุทธศาสนาควบคู่กันไปกับการนับถือผีตามความเชื่อดั้งเดิม เป็นต้น

3. ภูมิปัญญาในด้านการประดิษฐ์และหัตถศิลป์ เช่น การประดิษฐ์จากส่วนต่าง ๆ ของต้นกล้วยด้วยเฉพาะใบตอง การประดิษฐ์เครื่องจับสัตว์ การใช้ของพื้นบ้านเพื่อการทำมาหากิน และเครื่องมือการทำการเกษตร เป็นต้น

4. ภูมิปัญญาในการปรับตัว แสวงหาทางเลือกและผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม เช่น ภูมิปัญญากระบวนการเรียนรู้และการปรับตัวของชุมชนในการทำนา ภูมิปัญญาการละเล่น
พื้นบ้านแบบลำตัด เป็นต้น

ภูมิปัญญาภาคกลางสามารถแสดงออกมาในลักษณะของประเพณีที่สำคัญ ได้แก่ ประเพณ
ีสู่ขวัญข้าว
ประเพณีตักบาตรน้ำผึ้ง ประเพณีตักบาตรดอกไม้ ประเพณีวิ่งควาย ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีบุญกลางบ้าน ประเพณีวัน
ไหล และประเพณีกวนข้าวทิพย์

ส่วนภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับการละเล่นก็มีมากมาย เช่น การแสดงโขน ลำตัด มอญซ่อนผ้า งูกินหาง
การแข่งว่าวปักเป้าและจุฬา เป็นต้น ซึ่งภูมิปัญญาดังกล่าวแสดงให้เห็นความสามารถในการปรับตัวและการส่งเสริมการเรียนรู้
ของผู้คนในท้องถิ่น

งานแห่พระบรมสารีริกธาตุวัดนางชี ของจังหวัดกรุงเทพมหานคร

ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมภาคใต้

ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมใต้นั้นจะมีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเนื่องจาก
ภาคใต้มีประชาชน
ที่นับถือศาสนาต่างกัน ได้แก่ พระพุทธศาสนาและศาสนาอิสลาม โดยผู้ที่นับถือศาสนาก
็จะมีภูมิปัญญา
และวัฒนธรรมเป็นของตนเอง ในขณะที่กลุ่มผู้นับถือพระพุทธศาสนาก็จะมีวัฒนธรรม
ประเพณีคล้ายกับ
ภาคอื่น ๆ ของไทย ซึ่งเอกวิทย์ ณ ถลาง ได้กล่าวถึงลักษณะที่สำคัญของภูมิปัญญา
และวัฒนธรรมภาค
ใต้ไว้ 5 ประการ ดังนี้

1. ภูมิปัญญาในการดำรงชีพตามสภาพแวดล้อมธรรมชาติ เช่น ภูมิปัญญาการขุด
ตระพังและบ่อน้ำ
การปลูกตนไม้ในบริเวณบ้าน การปลุกสร้างบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ตามสภาพ
ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ คติความเชื่อและความรู้ในการครองชีพในชีวิตประจำวัน เป็นต้น

2. ภูมิปัญญาในการจัดเครือข่ายระบบความสัมพันธ์และการพึ่งพา เช่น ธรรมเนียม
เป็นกลอกัน วันนัด
วันว่าง กินงาน เป็นต้น

3. สถาบัน สามารถดำเนินการให้เป็นแหล่งรวมศิลปวัฒนธรรมและศูนย์เรียนรู้ด้านภูมิปัญญาและ
วัฒนธรรมให้
้กับคนในท้องถิ่นและประเทศชาติ รวมทั้งเป็นต้นแบบของการส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญา

4. สถาบันเศรษฐกิจ สามารถพัฒนากระบวนทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมให้กลายเป็นสินค้าและ
บริการที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ เช่น การพัฒนาตำรายาสมุนไพร บริการนวดแผนไทย
และการทำสปาแบบไทย เป็นต้น

5. สถาบันการเมืองการปกครอง สามารถดำเนินการส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ
หน่วยงานภาครัฐ ดำเนินการส่งเสริม รักษา ปกป้องภูมิปัญญาและวัฒนธรรมให้คงอยู่ รวมทั้งเป็นกลไกการดำเนินการกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาเพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิต
ประจำวัน

6.สถาบันนันทนาการ วัฒนธรรมและการกีฬา สามารถพัฒนาความรู้ด้านภูมิปัญญาและวัฒนธรรมให้กลายเป็นสินค้าและบริการด้าน
นันทนาการได้ รวมทั้งสามารถดำเนินการเพื่อนำภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสู่สากลได้

7. สถาบันสื่อมวลชน สามารถดำเนินการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมด้านภูมิปัญญาและวัฒนธรรมให้
เป็นที่รู้จัก
อย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ
พื่อให้เกดความเสมอภาคภูมิใจในภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของชนชาต

ลากพระหรือชักพระ

ช่วงเวลา วันออกพรรษา (วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑)

 

ค้นหาในGoogle